คุณปรีดา จุลละมณฑล นักกีฬาจักรยานขวัญใจชาวไทย

     ประวัติของคุณ ปรีดา จุลละมณฑล เกิดที่จังหวัดจันทบุรีในวันที่ 21 สิงหาคม 2488 เป็นบุตรของคุณพ่อสร และคุณแม่ปรานอม จุลละมณฑล มีพี่สาว 1 คน ชื่อนางสาว จันทนา จุลละมณฑล และมีบุตรธิดา 2 คน คือนายจามร และนางสาวจิตรลดา  จุลละมณฑล เข้ารับการศึกษาชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดหลวงปรีชากูล จังหวัด ปราจีนบุรี เข้าศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนประจำาจังหวัดปราจีนบุรี หลัง จากนั้นได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนวัดบวรนิเวศชั้นมัธยาศึกษาปีทีี 2

     คุณปรีดา จุลละมณฑล รู้จักจักรยานครั้งแรกตอนอายุ 14 ปี เพราะว่าใช้จักรยานเป็นพาหนะในการเดินทางไปโรงเรียน ต่อมาได้เข้าคัดเลือกเป็นตัวแทน นักกีฬาทีมชาติไทยในปี 2502 เพื่อเข้าแข่งขันกีฬาเซียพเกมส์ ครั้งที่ 2 ณ ประเทศ พม่า ขณะนั้นยังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนวัดบวรนิเวศชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ต่อมาได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนช่างกลพระนครเหนือและเป็นนักกีฬาจักรยานควบคู่กันไป

การแข่งขันกีฬาจักรยานที่ได้เข้าร่วมแข่งขัน ของคุณปรีดา จุลละมณฑล
1.  ปี  พ.ศ.  2505  เข้าแข่งขันกีฬาเอเซียนเกมส์  ครั้งที่  4  ณ  ประเทศ อินโดนีเซีย ได้เหรียญเงินจักรยานประเภททีม
2.  ปี  พ.ศ.  2506  เข้าแข่งขันจักรยานรายการชิงแชมป์เอเซีย  ครั้งที่  1  ประเทศมาเลเซีย ได้เหรียญจักรยานทองประเภท 800 เมตรแมสสตาร์ท
3. ปี พ.ศ. 2507 เข้าแข่งขันกีฬาโอลิมปิคส์เกมส์ ณ ประเทศญี่ปุ่น ได้ ตำแหน่งที่ 18 จักรยานประเภท 100 เมตร ไทม์ไทนอัล
4. ปี พ.ศ. 2509 เข้าแข่งขันกีฬาเอเซียนเกมส์ ครั้งที่ 5 ณ ประเทศไทย  ได้ 4 เหรียญทอง 2 เหรีญเงิน
  • จักรยานประเภทแมสสตาร์ท 800 เมตร เหรียญทอง
  • จักรยานประเภทแมสสตาร์ท 4800 เมตร เหรียญทอง
  • จักรยานประเภทไทม์ไทล์ 100 เมตร เหรียญทอง
  • จักรยานประเภทเดี่ยวเปอร์ซูท 4000 เมตร เหรียญทอง
  • จักรยานประเภททีม 1600 เมตร เหรียญเงิน
  • จักรยานประเภททีมเปอร์ซูทเหรียญเงิน
5. ปี พ.ศ. 2510 เข้าแข่งขันกีฬาเซียพเกมส์ ครั้งที่ 4 ได้ 7 เหรียญทอง 
  • จักรยานประเภทแมสสตาร์ท 800 เมตร
  • จักรยานประเภทแมสสตาร์ท 4800 เมตร
  • จักรยานประเภทไทม์ไทล์ 1000 เมตร
  • จักรยานประเภทเดี่ยวเปอร์ซูท 4000 เมตร
  • จักรยานประเภทสปินซ์ 1000 เมตร
  • จักรยานประเภททีม 100 เมตร
  • จักรยานประเภททีมเปอร์ซูท 4000 เมตร

     หลังจากกีฬาเซียพเกมส์  ครั้งที่  4  แล้วเลิกการแข่งขันจักรยาน  และหันมาแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์โดยตระเวณแข่งที่ประเทศมาเลเซียและประเทศ สิงคโปร์ได้ตำาแหน่งการแข่งขันอยู่ในชั้นที่น่าพอใจคือชนะบ้างแพ้บ้าง ในเวลาเดียวกันก็เริ่มแข่งรถยนต์แรลลี่ โดยแข่งครั้งแรกรายการเวียนจันทน์ - สิงคโปร์ ได้ชนะเลิศในรุ่นรถยนต์ไม่เกิน 1300 ซีซี

     ปี พ.ศ. 2512 ได้ไปเรียนการขี่รถจักรยานยนต์วิบากที่ประเทศญี่ปุ่นแล้วกลับ มาเปิดโรงเรียนสอนในประเทศไทยในระยะหนึ่ง  เร่ิมแข่งรถคาร์ท  และเริ่มแข่งรถ ตลอดมาในปีเดียวกันนี้  ได้เดินทางไปแข่งขันรถยนต์มาราธอนจากลอนดอนประเทศ อังกฤษ-ประเทศแม็กซิโก ไม่ประสพผลสำาเร็จเพราะรถเกิดเสียระหว่างการแข่งขัน  โดยลูกสูบแตกที่ประเทศอุรุกวัย อเมริกาใต้

     ปี พ.ศ. 2535 ได้เดินทางไปแข่งรถยนต์มาราธอนจากปารีส-มอสโก-ปักกิ่ง ไม่ประสพผลสำาเร็จต้องออกจากการแข่งขันระหว่างทางเพราะเวลาไม่ทัน

     ปี พ.ศ. 2536 เดินทางสำารวจเส้นทาง กรุงเทพฯ-คุณหมิง และต่อมาได้ออก สำารวจเส้นทางไปประเทศอินโดนีเซีย,  ลาว,  เวียดนาม  เพื่อเตรียมจัดคาราวานเพื่อ มิตรภาพของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ประวัติการทำงานของคุณ ปรีดาจุลละมณฑล
  • เริ่มทำงานครั้งแรก  ในปี  พ.ศ.  2508  ที่ธนาคารออมสินและขอลาออกในปี  พ.ศ. 2512 เพื่อไปแข่งรถที่ประเทศอังกฤษ
  • ปี พ.ศ. 2513 เริ่มก่อตั้งนิตยสารกรังปรีซ์
  • ปี พ.ศ. 2515 เข้าทำางานบริษัท สยามกลการ แผนกแอร์กีกิ
  • ปี พ.ศ. 2518 เป็นผู้จัดการฝ่ายขายรถยนต์อัลฟ่า
  • ปี พ.ศ. 2519 ตั้งโรงงานจักรยานปรีดา และทำาได้ประมาณ 4 ปี ต้องเลิกกิจการเพราะขาดทุน หลังจากนั้นได้ผลิตเสาอากาศเครื่องรับ-ส่งถึงปี 2523
  • ปี พ.ศ. 2524 เริ่มทารายการโทรทัศน์ รายการมอเตอร์วีค และทำมาเป็นอาชีพตลอดมาจนถึงปี พ.ศ. 2544

     ตลอดเวลายังคงอยู่ใกล้ชิดกับวงการจักรยานมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน  เป็น ผู้ฝึกสอนและผู้จัดการทีมพร้อมทั้งนำทีมเขัาร่วมการแข่งขันระหว่างประเทศบ่อยๆ  เช่นซีเกมส์  เอเซี่ยนเกมส์  การแข่งขันทัวร์ต่างๆ  และปฏิบัติหน้าที่ประธานเทคนิค สมาคมจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
  • เป็นประธานฝ่ายเทคนิคของสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
  • เป็นผู้จัดการทีมในการเข้าร่วมกีฬาซีเกมส์  ครั้งที่  24  (พ.ศ.  2550)  ณ  จังหวัดนครราชสีมา ประเทศไทย                                              
งานอดิเรก คือการดำน้ำ, ยิงปืน, ขับรถออฟโรด และตีกอล์ฟ

ปรีดา จุลละมณฑลเสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2553 หลังจากป่วย เป็นโรคไต

จารึกไว้ในรอยล้อ
       * พ.ศ. 2505 เหรียญเงิน เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 4 ที่อินโดนีเซีย
       * พ.ศ. 2506 เหรียญทอง ชิงแชมป์เอเชีย ที่มาเลเซีย
       * พ.ศ. 2507 อันดับ 2 ของเอเชีย กีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ที่ญี่ปุ่น (อันดับรวม อันดับที่ 20 ไม่ได้เหรียญรางวัล)
       * พ.ศ. 2509 4 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5 ที่ประเทศไทย
       * พ.ศ. 2510 7 เหรียญทอง กีฬาแหลมทอง 1967 ครั้งที่ 4 ที่ประเทศไทย

ต้นกำหนดจักรยาน และความเป็นมาจักรยานในไทย

     จักรยานคันแรกได้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2377(ปี1834) โดย Kirkpatrick Mcmillan(เคิร์กแพทริกแมกมิลแลน) ชาวสกอตแลนด์ ได้ดัดแปลงแบบมาจาก Jeen Theson หลักฐานนี้ได้พบในอียิปต์และในปอมเปวี ซึ่งได้เขียนภาพไว้บนผนังปูนอายุประมาณ 5,000 ปีของชาวเมโสโปเตเมียรูปยานพาหนะที่มีล้อทำจากไม้หรือหิน Kirkpatrick Mcmillan(เคิร์กแพทริกแมกมิลแลน)ได้สร้างรถจักรยานคันแรกขึ้นทำจากไม้ มีล้อหน้าหลังเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน มีบันไดถีบที่ล้อหน้า ถึบค่อยข้างยาก เขาไม่ได้นำจักรยานไปจดสิทธิบัตรจึงมีคนสร้างเลียนแบบและพัฒนาให้ถึบง่ายขึ้นเรื่อยมา ภายหลังจึงมีการสร้างรถจักรยานที่มีล้อหน้าและล้อหลังขนาดเท่ากัน มีบันไดถึบคล้องกับโซ่ โยงระหว่างล้อหน้ากับล้อหลัง ทำให้ถึบง่ายขึ้น

     จักรยานได้วิวัฒนาการมาตามลำดับ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2408(ปี1865) Pierre Michaux และ Pierre Lallement ได้ประดิษฐ์จักรยานขึ้นใหม่ โดยมีบันไดถีบเหมือนจักรยานในปัจจุบัน และมีสายโซ่โยงไปยังเพลาล้อหลัง แต่จักรยานในสมัยก่อนยังไม่มีล้อกันสะเทือน ทำให้เวลาเคลื่อนที่จะสะเทือนมาก

  • ช่วงปี พ.ศ. 2422-2428(ปี1879-1885) จักรยานได้ถูกออกแบบใหม่และปรับปรุงให้ดีขึ้นเน้นถึงความปลอดภัยมากขึ้น โดย J.K. Starley มีการอัดลมเข้าไปในยางรถจักรยานเพื่อกันสะเทือน
  • ปี พ.ศ. 2436(ปี1893) จักรยานที่ใช้ได้ประดิษฐ์ระบบเบรกให้รถหยุดได้ตามต้องการ
  • ปี พ.ศ. 2441(ปี1898) มีผู้ออกแบบให้รถมีล้อหน้าและล้อหลัง จนในที่สุดจักรยานก็มีสภาพเหมือนในปัจจุบัน
  • ณ ปัจจุบัน จักรยานทั่วโลกมีมากกว่า 1 พันล้านคัน นับได้ว่าจักรยานเป็นยานพาหนะคู่กับชีวิตประจำตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน และจักรยานเป็นสิ่งสำคัญสำหรับหลายท้องที่ทั่วโลกเนื่องจากเป็นยานพาหนะที่ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงน้ำมันหรือแก๊ส ใช้แต่แรงคน ได้ออกกำลังกายและสุขภาพ ช่วยลดมลพิษ

ประวัติจักรยานในประเทศไทย

     ในสมัยรัชกาลที่ 5 จักรยานได้นำเข้ามาแพร่หลาย ใช้งานในประเทศไทยเป็นครั้งแรกและมีการประชุมรถจักรยานเป็นครั้งแรกที่วังบูรพาภิรมย์เนื่องในโอกาสที่กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เสด็จกลับจากยุโรป เมื่อ พ.ศ. 2442 โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนิน เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2442
     วันที่ 22 กันยายน และทุกวันอาทิตย์ตลอดเดือนกันยายนของทุกปี จัดเป็น วันปลอดรถ (Car Free Day) มีการรณรงค์ให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล หันมาใช้รถจักรยาน และรถขนส่งมวลชนแทน